อาจารย์ผู้รับผิดชอบ
หลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิต

ดร.เมธาวี จำเนียร

หัวหน้าวิจัย

อาจารย์ผู้รับผิดชอบ
หลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิต

ผศ.กรกฎ จำเนียร

ผู้ร่วมวิจัย

อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ

อ.ศศิพัชร บุญขวัญ

ผู้ร่วมวิจัย

ที่มาและความสำคัญ

          สถาบันการศึกษามีทรัพยากรบุคคล ได้แก่ ครูอาจารย์ที่มีทักษะความสามารถด้านศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญา มีสถานที่ที่เป็นแหล่งเรียนรู้เชื่อมต่อกับชุมชน และสามารถประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โดยเฉพาะโรงเรียนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษานับว่ามีบทบาทอย่างสูงในการช่วยอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่นหรือภูมิปัญญาประจำถิ่น ทั้งปรากฏอยู่ในรายวิชาต่าง ๆ ดำเนินการในรูปแบบชมรม หรือมาจากความสนใจของครูอาจารย์เอง ล้วนมีส่วนในการช่วยผลักดันในมีเยาวชนหันมาช่วยกันอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม เมื่อเยาวชนศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยก็มักจะห่างเหินศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นถูกลืมเลือน ซึ่งอาจจะไม่ได้รับการสืบทอดสู่คนรุ่นใหม่ และสูญหายไปในอนาคต


วัตถุประสงค์การวิจัย

  •            1. เพื่อศึกษาอุปสรรคปัญหาการเรียนรู้และต่อยอดศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของสถาบันการศึกษา จ.นครศรีธรรมราช
  •            2. เพื่อค้นหารูปแบบการสื่อสารและวิธีการสร้างการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาแบบตลอดชีวิตของสถาบันการศึกษา
  •            3. เพื่อประเมินรูปแบบและวิธีการการสร้างการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาแบบตลอดชีวิตของสถาบันการศึกษา
  •            4. เพื่อพัฒนารูปแบบการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาแบบตลอดชีวิต ของสถาบันการศึกษา จ.นครศรีธรรมราช

ขอบเขตการวิจัย

          ขอบเขตเชิงพื้นที่ ได้แก่ สถาบันการศึกษาระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษาใน 4 อำเภอของ จ.นครศรีธรรมราช
          ขอบเขตเชิงเนื้อหา ได้แก่ การศึกษาประเด็นรูปแบบและวิธีการสื่อสารแก่นักเรียนภายในสถาบันการศึกษา เพื่อค้นหาการเรียนรู้แบบตลอดชีวิตเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาประจำถิ่นของ จ. นครศรีธรรมราช
          ขอบเขตประชากรและตัวอย่าง ได้แก่ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญซึ่งเป็นครู/อาจารย์ในสถาบันการศึกษา เขตพื้นที่ 4 เขต เขตละ 1 อำเภอ ประกอบด้วย ระดับประถมศึกษา 1 โรงเรียน จำนวน 2 คน โรงเรียน มัธยมศึกษา 1 โรงเรียน จำนวน 2 คน รวม 4 อำเภอ (พระพรหม นบพิตำ หัวไทร และทุ่งใหญ่) จำนวนทั้งสิ้น 16 คน และแบบสอบถามความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างครูอาจารย์ นักเรียน และบุคลากรในโรงเรียน อำเภอละ 400 คน รวม 1,600 คน


ระเบียบวิธีวิจัย

           การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพัฒนา โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ โดยแบ่งเป็นขั้นตอนในการดำเนินการ 5 ขั้นตอน ประกอบด้วยขั้นที่ 1 สำรวจข้อมูลเบื้องต้นประเด็นการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาในสถาบันการศึกษา ขั้นที่ 2 ค้นหารูปแบบการสื่อสาร ขั้นที่ 3 จัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมตลอดชีวิตของนักเรียนนักศึกษา ขั้นที่ 4 ประเมินผลรูปแบบการสื่อสาร และขั้นที่ 5 การพัฒนาเพื่อเผยแพร่และขยายผลรูปแบบการสื่อสาร


สรุปผลการวิจัยจากแบบสอบถาม

           อุปสรรคปัญหาการเรียนรู้และต่อยอดศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของสถาบันการศึกษา จ.นครศรีธรรมราช พบว่า เยาวชนมีความสนใจเทคโนโลยีสื่อออนไลน์แทนศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น เยาวชนไม่สนใจเรียนรู้และต่อยอด และเยาวชนขาดแรงจูงใจในการเรียนรู้ โดยรูปแบบการสื่อสาร และวิธีการสร้างการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาแบบตลอดชีวิตของสถาบันการศึกษา ได้แก่ การใช้สื่อออนไลน์เข้ามาช่วยในการส่งเสริมการเรียนรู้ ในลักษณะสื่อการสอน นอกเหนือจากนี้ โรงเรียนควรได้งบประมาณจัดสรรและสนับสนุนการเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ชัดเจน และชุมชนควรสนับสนุนองค์กรเด็กและเยาวชนเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของท้องถิ่น


สรุปผลการวิจัยจากการสนทนากลุ่มคณะครูอาจารย์ในโรงเรียน

           สถานการณ์ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นในโรงเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาของ จ.นครศรีธรรมราช พบว่า มีข้อมูลแสดงถึงอุปสรรคปัญหาการเรียนรู้และต่อยอดศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น สามารถจำแนกได้ตามประเด็นดังนี้

  • 1. การขาดแคลนครู
  • 2. ขาดการส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง
  • 3. ขาดการสนับสนุนเรื่องศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น
  • 4. ขาดการส่งเสริมจากครอบครัว
  • 5. ปัญหาเชิงนโยบาย

รูปแบบการสื่อสาร และวิธีการสร้างการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นในโรงเรียน จ.นครศรีธรรมราช ได้ผลดังนี้

  • 1. การใช้สื่อสมัยใหม่
  • 2. กิจกรรมค่ายหรือกิจกรรมลักษณะพี่สอนน้อง
  • 3. การมีครูที่เพียงพอและมีคุณภาพ
  • 4. การสร้างแรงจูงใจแก่นักเรียน
  • 5. การหาวิทยากรมาสอน
  • 6. โครงสร้างพื้นฐานและนโยบายของโรงเรียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

บทสรุป

           จากการวิจัยโดยใช้แบบสอบถามและการสนทนากลุ่มคณะครู จ.นครศรีธรรมราช จึงมีความสอดคล้องกันว่ารูปแบบการสื่อสารและวิธีการสร้างการเรียนรู้ ควรใช้สื่อสมัยใหม่เข้ามาช่วยในลักษณะสื่อการเรียนการสอน ช่วยในการสร้างการเรียนรู้ของนักเรียนเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นในโรงเรียน จึงเป็นที่มาของการสร้างฐานข้อมูลออนไลน์ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นในโรงเรียนขึ้นภายใต้โครงการวิจัยครั้งนี้


ประเมินความพึงพอใจ